การเขียนโปรแกรมภาษา C เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกั๊บ
ข้อที่ 1 (rep20.CPP)
วิธีทำ
#include
void main()
{
int n,i;
clrscr();
printf("num:"); scanf("%d",&n);
for(i=1;i<=n;i++)
{
printf("%d\t",i);
}
getch();
}
วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551
งานสมัยก่อนโน้น
1. พัฒนาโปรแกรมเครื่องคิดเลข โดยให้ผู้ใช้ป้อนตัวเลข 2 จำนวน และเลือกเครื่องหมาย แล้วทำการแสดงผลลัพธ์ออกทางจอภาพ ดังตัวอย่างจอภาพ
วิธีทำ
#include
void main()
{
char op;
float a,b;
clrscr();
printf("Input First Number : "); scanf("%f",&a);
printf("\nInput Operator(+,-,*,/) : "); scanf("%s",&op);
printf("\nInput Second Number : "); scanf("%f",&b);
switch(op)
{
case '+': printf("\n%0.2f + %0.2f = %0.2f",a,b,a+b); break;
case '-': printf("\n%0.2f - %0.2f = %0.2f",a,b,a-b); break;
case '*': printf("\n%0.2f * %0.2f = %0.2f",a,b,a*b); break;
case '/': printf("\n%0.2f / %0.2f= %0.2f",a,b,a/b); break;
default: printf("\nPlease seleec choice (+,-,*,/)");
}
getch();
}
วิธีทำ
#include
void main()
{
char op;
float a,b;
clrscr();
printf("Input First Number : "); scanf("%f",&a);
printf("\nInput Operator(+,-,*,/) : "); scanf("%s",&op);
printf("\nInput Second Number : "); scanf("%f",&b);
switch(op)
{
case '+': printf("\n%0.2f + %0.2f = %0.2f",a,b,a+b); break;
case '-': printf("\n%0.2f - %0.2f = %0.2f",a,b,a-b); break;
case '*': printf("\n%0.2f * %0.2f = %0.2f",a,b,a*b); break;
case '/': printf("\n%0.2f / %0.2f= %0.2f",a,b,a/b); break;
default: printf("\nPlease seleec choice (+,-,*,/)");
}
getch();
}
2. ให้เขียนโปรแกรม สำหรับคำนวณน้ำหนักมาตรฐาน โดยให้ป้อนข้อมูล ส่วนสูง น้ำหนัก เพศ[M , F]
วิธีทำ
include#
void main()
{
char fm;float h,w;
clrscr();
printf("Your Male(m) or Female(f) : "); scanf("%c",&fm);
printf("\nYour Weight : "); scanf("%f",&w);
printf("\nYour Hight : "); scanf("%f",&h);
switch(fm)
{
case 'm': if(h-100==w) printf("\nYou Standardweight ");
case 'f': if(h-110==w) printf("\nYou Standard weight ");
else if(h-110) printf("\nYour weight > Standard : %0.2fkg",w-(h-110));
else if(h-110>w) printf("\nYour weight less Than Standard : %0.2fkg",(h-110)-w);break;
getch();
}
วิธีทำ
include#
void main()
{
char fm;float h,w;
clrscr();
printf("Your Male(m) or Female(f) : "); scanf("%c",&fm);
printf("\nYour Weight : "); scanf("%f",&w);
printf("\nYour Hight : "); scanf("%f",&h);
switch(fm)
{
case 'm': if(h-100==w) printf("\nYou Standardweight ");
case 'f': if(h-110==w) printf("\nYou Standard weight ");
else if(h-110) printf("\nYour weight > Standard : %0.2fkg",w-(h-110));
else if(h-110>w) printf("\nYour weight less Than Standard : %0.2fkg",(h-110)-w);break;
getch();
}
3. ให้เขียนโปรแกรมรับตัวอักษรภาษาอังกฤษมาและบอกว่าเป็นสระ หรือ พยัญชนะ
วิธีทำ
#include(stuio.h)
void main()
{
char az;
clrscr();
printf("Please your input english word A-Z : ");
scanf("%c",&az);
switch(az);
{
case 'a': printf(" a is article"); break;
case 'e': printf(" e is article"); break;
case 'i': printf(" i is article"); break;
case 'o': printf(" o is article"); break;
case 'u': printf(" u is article"); break;
default : printf("%c is consonant",az);
}
getch();
}
วิธีทำ
#include(stuio.h)
void main()
{
char az;
clrscr();
printf("Please your input english word A-Z : ");
scanf("%c",&az);
switch(az);
{
case 'a': printf(" a is article"); break;
case 'e': printf(" e is article"); break;
case 'i': printf(" i is article"); break;
case 'o': printf(" o is article"); break;
case 'u': printf(" u is article"); break;
default : printf("%c is consonant",az);
}
getch();
}
งานสมัยโน้นนนนน
4. ให้เขียนโปรแกรมเพื่อรับจำนวนเงินบาท และบอกว่าใช้ธนบัตรประเภทใดเป็นจำนวนเท่าใด และต้องใช้เหรียญประเภทใด จำนวนเท่าใด
วิธีทำ
include(stuio.h)#
void main()
{
int mn;
clrscr();
printf("Input total money : ");
scanf("%i",&mn);
{
if(mn>=1000) printf("1000 bank :%i",mn/1000); mn=mn%1000;
if(mn>=500) printf("\n500 bank :%i",mn/500); mn=mn%500;
if(mn>=100) printf("\n100 bank :%i",mn/100); mn=mn%100;
if(mn>=50) printf("\n50 bank :%i",mn/50); mn=mn%50;
if(mn>=20) printf("\n20 bank :%i",mn/20); mn=mn%20;
if(mn>=10) printf("\n10 coin :%i",mn/10); mn=mn%10
if(mn>=5) printf("\n5 coin :%i",mn/5); mn=mn%5;
if(mn>=1) printf("\n1 coin :%i",mn);
getch();
}
วิธีทำ
include(stuio.h)#
void main()
{
int mn;
clrscr();
printf("Input total money : ");
scanf("%i",&mn);
{
if(mn>=1000) printf("1000 bank :%i",mn/1000); mn=mn%1000;
if(mn>=500) printf("\n500 bank :%i",mn/500); mn=mn%500;
if(mn>=100) printf("\n100 bank :%i",mn/100); mn=mn%100;
if(mn>=50) printf("\n50 bank :%i",mn/50); mn=mn%50;
if(mn>=20) printf("\n20 bank :%i",mn/20); mn=mn%20;
if(mn>=10) printf("\n10 coin :%i",mn/10); mn=mn%10
if(mn>=5) printf("\n5 coin :%i",mn/5); mn=mn%5;
if(mn>=1) printf("\n1 coin :%i",mn);
getch();
}
วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551
5. ให้เขียนโปรแกรมรับคะแนนกลางภาค ปลายภาค แล้วทำการรวมคะแนนแล้วบอกว่าได้เกรดอะไร
เมื่อ 80-100 ได้เกรด A
70-79 ได้เกรด B
60-69 ได้เกรด C
50-59 ได้เกรด D
0-49 ได้เกรด E
วิธีทำ
#include
#include
main()
{
clrscr();
int mid,final,score;
printf("Input score midterm : ");
scanf("%i",&mid);
printf("Input score finalterm : ");
scanf("%i",&final);
score=mid+final;
if(score>=80 && score<=100);
printf("Your score is %i nYour grade is A");
if(score>=70 && score <80);
printf("Your score is %i nYour grade is B);
if(score>=60 && score <70);
printf("Your score is %i nYour grade is C);
if(score>=50 && score <60);
printf("Your score is %i nYour grade is D);
elseprintf("Your score is %i nYour grade is E Sorry too.");
getch();
}
เมื่อ 80-100 ได้เกรด A
70-79 ได้เกรด B
60-69 ได้เกรด C
50-59 ได้เกรด D
0-49 ได้เกรด E
วิธีทำ
#include
#include
main()
{
clrscr();
int mid,final,score;
printf("Input score midterm : ");
scanf("%i",&mid);
printf("Input score finalterm : ");
scanf("%i",&final);
score=mid+final;
if(score>=80 && score<=100);
printf("Your score is %i nYour grade is A");
if(score>=70 && score <80);
printf("Your score is %i nYour grade is B);
if(score>=60 && score <70);
printf("Your score is %i nYour grade is C);
if(score>=50 && score <60);
printf("Your score is %i nYour grade is D);
elseprintf("Your score is %i nYour grade is E Sorry too.");
getch();
}
4.ให้เขียนโปรแกรมรับตัวเลข 0-100 โดยเปรียบเทียบกับเลข 50 แล้วบอกว่ามากกว่าหรือน้อยกว่า 50
วิธีทำ
#include
#include
main()
{
clrscr();
int number;
printf("Input a number 0-100 : ");
scanf("%i",&number);
if(number<50);
printf("%i is <50",number);
else if(number==50)
printf("%i is =50",number);
elseprintf("%i is >50");
getch();
}
วิธีทำ
#include
#include
main()
{
clrscr();
int number;
printf("Input a number 0-100 : ");
scanf("%i",&number);
if(number<50);
printf("%i is <50",number);
else if(number==50)
printf("%i is =50",number);
elseprintf("%i is >50");
getch();
}
วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551
1.จงเขียนวิเคราะห์งานเพื่อเขียนโปรแกรมคำนวณพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส
(1). วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวนหาพื้นที่ สี่เหลี่ยมจัตุรัส
(2) ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล ความยาวด้านยาว และผลลัพธ์ที่ได้จากคำนวณหาพื้นที่
Input Den = ...............
Area = ...............
(3). ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-ความยาวด้าน
(4). ชื่อตัวแปรที่ใช้
-Den = ด้าน
-Area = พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส
(5). ลำดับงาน
-ป้อนข้อมูล ความยาวด้าน
-คำนวณหาพื่นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส Area=Den*Den
-แสดงผลลัพธ์
-จบการทำงาน
(1). วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวนหาพื้นที่ สี่เหลี่ยมจัตุรัส
(2) ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล ความยาวด้านยาว และผลลัพธ์ที่ได้จากคำนวณหาพื้นที่
Input Den = ...............
Area = ...............
(3). ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-ความยาวด้าน
(4). ชื่อตัวแปรที่ใช้
-Den = ด้าน
-Area = พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส
(5). ลำดับงาน
-ป้อนข้อมูล ความยาวด้าน
-คำนวณหาพื่นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส Area=Den*Den
-แสดงผลลัพธ์
-จบการทำงาน
2.จงเขียนวิเคราะห์งานเพื่อเขียนโปรแกรมคำนวณพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
(3). ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-ความยาว และความกว้าง
(4). ชื่อตัวแปรที่ใช้
-Wigth = ความยาว
-Height = ความกว้าง
-Area = พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
(5). ลำดับงาน
-ป้อนข้อมูล ความยาว
-ป้อนข่อมูล ความกว้าง
-คำนวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า Area=Width*Height
-แสดงผลลัพธ์
-จบการทำงาน

(1). วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวนหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
(2). ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล ความด้าน ความยาว และผลลัพธ์ที่ได้จากคำนวณหาพื้นที่
คำนวนหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
(2). ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล ความด้าน ความยาว และผลลัพธ์ที่ได้จากคำนวณหาพื้นที่
Input Width = ...................
Input Height = ...................
Area = ...................
Input Height = ...................
Area = ...................
(3). ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-ความยาว และความกว้าง
(4). ชื่อตัวแปรที่ใช้
-Wigth = ความยาว
-Height = ความกว้าง
-Area = พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
(5). ลำดับงาน
-ป้อนข้อมูล ความยาว
-ป้อนข่อมูล ความกว้าง
-คำนวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า Area=Width*Height
-แสดงผลลัพธ์
-จบการทำงาน
Flow chart การทำงาน

3.จงเขียนวิเคราะห์ งานเพื่อเขียนโปรแกรมคำนวณหาอายุ
(1). วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวนหาหาอายุ
(2). ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล พ.ศ.เกิด พ.ศ.ปัจจุบันและอายุ
Input Brith = ..........................
Input Year = ..........................
Age = ..........................
(3). ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-พ.ศ.เกิด และ พ.ศ.ปัจจุบัน
(4). ชื่อตัวแปรที่ใช้
-Birth = พ.ศ.เกิด
-Year = พ.ศ.ปัจจุบัน
-Age = อายุ
(5). ลำดับงาน
-ป้อนข้อมูล พ.ศ.เกิด
-ป้อนข่อมูล พ.ศ.ปัจจุบัน
-คำนวณหาอายุ Age=Year-Brith
-แสดงผลลัพธ์
-จบการทำงาน
Flow chart การทำงาน

4.จงเขียนวิเคราะห์ งานเพื่อเขียนโปรแกรมคำนวณหาน้ำหนัก
(1). วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวณหาน้ำหนักเฉลี่ยของนักศึกษา3คน
(2). ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล น้ำหนักคนที่1 น้ำหนักคนที่2 น้ำหนักคนที่3 และน้ำหนักเฉลี่ย
Input Weight 1 = .........................
Input Weight 2 = .........................
Input Weight 3 = .........................
Area = .........................
(3). ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-น้ำหนักคนที่1 น้ำหนักคนที่2 และน้ำหนักคนที่3
(4). ชื่อตัวแปรที่ใช้
-Weight 1 = น้ำหนักคนที่ 1
-Weight 2 = น้ำหนักคนที่ 2
-Weight 3 = น้ำหนักคนที่ 3
-Area = น้ำหนักเฉลี่ย
(5). ลำดับงาน
-ป้อนข้อมูล น้ำหนักคนที่1
-ป้อนข้อมูล น้ำหนักคนที่2
-ป้อนข้อมูล น้ำหนักคนที่3
-คำนวณหาน้ำหนักเฉลี่ย Area=(Wigth1+Wigth2+Wigth3)/3
-แสดงผลลัพธ์
-จบการทำงาน

(1). วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวณหาน้ำหนักเฉลี่ยของนักศึกษา3คน
(2). ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล น้ำหนักคนที่1 น้ำหนักคนที่2 น้ำหนักคนที่3 และน้ำหนักเฉลี่ย
Input Weight 1 = .........................
Input Weight 2 = .........................
Input Weight 3 = .........................
Area = .........................
(3). ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-น้ำหนักคนที่1 น้ำหนักคนที่2 และน้ำหนักคนที่3
(4). ชื่อตัวแปรที่ใช้
-Weight 1 = น้ำหนักคนที่ 1
-Weight 2 = น้ำหนักคนที่ 2
-Weight 3 = น้ำหนักคนที่ 3
-Area = น้ำหนักเฉลี่ย
(5). ลำดับงาน
-ป้อนข้อมูล น้ำหนักคนที่1
-ป้อนข้อมูล น้ำหนักคนที่2
-ป้อนข้อมูล น้ำหนักคนที่3
-คำนวณหาน้ำหนักเฉลี่ย Area=(Wigth1+Wigth2+Wigth3)/3
-แสดงผลลัพธ์
-จบการทำงาน
Flow chart การทำงาน

5.จงเขียนวิเคราะห์ งานเพื่อเขียนโปรแกรมคำนวณหาเงินโบนัส 5เดือน
(1).วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวณหาเงินโบนัส 5เดือน
(2).ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล เงินเดือน จำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
Input Salary=.............................
Input Month=.............................
bonus =.............................
(3).ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-เงินเดือนและจำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
(4).ชื่อตัวแปรที่ใช้-Bonus = จำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
-Salary = เงินเดือน
-Month = โบนัส
(5).ลำดับงาน
1.ป้อนข้อมูล เงินเดือน
2.ป้อนข่อมูล จำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
3.คำนวณหาโบนัส Bonus = Salary * Month
4.แสดงผลลัพธ์
5.จบการทำงาน

(1).วัตถุประสงค์ของงาน
คำนวณหาเงินโบนัส 5เดือน
(2).ผลลัพธ์ ( Output )
แสดงผลข้อมูล เงินเดือน จำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
Input Salary=.............................
Input Month=.............................
bonus =.............................
(3).ข้อมูลนำเข้า ( In Put )
-เงินเดือนและจำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
(4).ชื่อตัวแปรที่ใช้-Bonus = จำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
-Salary = เงินเดือน
-Month = โบนัส
(5).ลำดับงาน
1.ป้อนข้อมูล เงินเดือน
2.ป้อนข่อมูล จำนวนเดือนที่ได้รับโบนัส
3.คำนวณหาโบนัส Bonus = Salary * Month
4.แสดงผลลัพธ์
5.จบการทำงาน
FlowChart การทำงาน

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551
1.คอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง


แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (supercomputer)

เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด ความสามารถในการประมวลผลที่ทำได้มากกว่า พันล้านคำสั่งต่อวินาที ตัวอย่างการใช้งานคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ เช่น การพยากรณ์อากาศการทดสอบทางอวกาศ และงานอื่น ๆ ที่มีการคำนวณที่ซับซ้อน คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ มีราคาค่อนข้างแพง]
ประเภทที่ 2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)


เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยกว่า เมนเฟรมแต่สูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ และสามารถรองรับการทำงาน จากผู้ใช้ได้หลายคนในการทำงาน ที่แตกต่างกัน จากจุดเริ่มต้นใน การพัฒนา ที่ต้องการให้ คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ทำงานเฉพาะอย่าง เช่น การคำนวณทางด้านวิศวกรรม ทำให้การพัฒนามินิคอมพิวเตอร์ เจริญอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันธุรกิจและองค์การหลายประเภทนิยมนำ มินิคอมพิวเตอร์มา ใช้ในการให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้า
ประเภทที่ 3 เซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์(server computer)


เป็นคอมพิวเตอร์ที่สนับสนุนการทำงานของคอมพิวเตอร์เครือข่ายซึ่งใช้ในการจัดสรรและใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น แฟ้มข้อมูล โปรแกรมประยุกต์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ประเภทที่ 4 ไมโครคอมพิวเตอร์ (microcomputer)

เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก และใช้ทำงานคนเดียว จึงนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ใช้งานที่พบได้อย่างแพร่หลาย จัดว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทั้งระบบใช้งานครั้งล่ะคนเดียว หรือใช้งานในลักษณะเครือข่าย
2.คอมพิวเตอร์แบบฝัง คืออะไร
คอมพิวเตอร์แบบฝัง (embedded computer )

เป็นคอมพิวเตอร์ที่ฝังในอุปกรณ์ต่าง ๆ นิยมนำมาใช้ทำงาน เฉพาะด้าน พิจารณาจากภายนอกจะไม่เห็นว่าเป็นคอมพิวเตอร์แต่จะ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานบางอย่างของอุปกรณ์นั้นๆ คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ เช่น เครื่องเล่นเกม ระบบเติมน้ำมันอัตโนมัติ โทรศัพท์มือถือ
3.ข้อมูลต่างจากสารสนเทศอย่างไร
ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ก็ได้. ข้อมูลที่ดีจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ และเป็นปัจจุบัน เช่น ปริมาณ ระยะทาง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ คะแนนของนักเรียน รายงาน บันทึก ฯลฯ
สารสนเทศ (information) หมายถึง ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เพราะได้ผ่านการประมวลผลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ อยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้งานได้ และจะต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น เมื่อต้องการสารสนเทศไปใช้ในการวางแผนการขาย สารสนเทศที่ต้องการก็ควรจะเป็นรายงานสรุปยอดการขายแต่ละเดือนในปีที่ผ่านมาที่เพียงพอแก่การตัดสินใจดังนั้นความแตกต่างของข้อมูลและสารสนเทศก็คือข้อมูลเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ประมวลผลและยังนำไปใช้ไม่ได้ ส่วนสารสนเทศก็คือข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลโดยวิธีกรต่างๆ เช่นการนำมาจัดเรียง การผ่านสูตรคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การหาผลเฉลี่ย เป็นต้น แล้วและสามารถนำไปใช้ในประโยชน์ได้นั้นเอง
ที่มาจาก การศึกษาภายในชั้นเรียน
ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ก็ได้. ข้อมูลที่ดีจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ และเป็นปัจจุบัน เช่น ปริมาณ ระยะทาง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ คะแนนของนักเรียน รายงาน บันทึก ฯลฯ
สารสนเทศ (information) หมายถึง ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เพราะได้ผ่านการประมวลผลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ อยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้งานได้ และจะต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น เมื่อต้องการสารสนเทศไปใช้ในการวางแผนการขาย สารสนเทศที่ต้องการก็ควรจะเป็นรายงานสรุปยอดการขายแต่ละเดือนในปีที่ผ่านมาที่เพียงพอแก่การตัดสินใจดังนั้นความแตกต่างของข้อมูลและสารสนเทศก็คือข้อมูลเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ประมวลผลและยังนำไปใช้ไม่ได้ ส่วนสารสนเทศก็คือข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลโดยวิธีกรต่างๆ เช่นการนำมาจัดเรียง การผ่านสูตรคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การหาผลเฉลี่ย เป็นต้น แล้วและสามารถนำไปใช้ในประโยชน์ได้นั้นเอง
ที่มาจาก การศึกษาภายในชั้นเรียน
4.VLSI คืออะไร สำคัญต่อคอมพิวเตอร์อย่างไร
VLSI ย่อมาจาก Very Large-Scale Integration คือ แผงวงจรขนาดใหญ่มากซึ่งทำให้เกิด Microprocessor ตัวแรกของโลก คือ Intel 4004 เป็นชิป (chip) ที่สามารถนำประตู (gate) มารวมกันได้ถึง 100,000 ประตูหรือมากกว่านั้น แล้วนำมาใช้เป็นตัวประมวลผล ทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงได้มาก
มีความสำคัญต่อคอมพิวเตอร์ คือ เป็นตัวเดียวเก็บหน่วยควบคุมและหน่วยคำนวณ/ตรรกะ (Control Unit and Arithmetics/Logical Unit) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) ในเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่มาจาก http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/VLSI
VLSI ย่อมาจาก Very Large-Scale Integration คือ แผงวงจรขนาดใหญ่มากซึ่งทำให้เกิด Microprocessor ตัวแรกของโลก คือ Intel 4004 เป็นชิป (chip) ที่สามารถนำประตู (gate) มารวมกันได้ถึง 100,000 ประตูหรือมากกว่านั้น แล้วนำมาใช้เป็นตัวประมวลผล ทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงได้มาก
มีความสำคัญต่อคอมพิวเตอร์ คือ เป็นตัวเดียวเก็บหน่วยควบคุมและหน่วยคำนวณ/ตรรกะ (Control Unit and Arithmetics/Logical Unit) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) ในเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่มาจาก http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/VLSI
วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2551
นี่ก็เทคโนโลยีใหม่ๆ เหมือนกัน
โน้ตบุคสำหรับสาวกแมวคิตตี้

บริษัท ซานริโอ ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ Hello Kitty ได้ออกตัวผลิตภัณฑ์โน้ตบุคของตนจากการผลิตของบริษัท Epson ด้วยสีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแมวคิตตี้ โน้ตบุคนี้มีน้ำหนัก 6.6 ปอนด์พร้อมพลังประมวลผลจาก Intel Celeron M ความเร็ว 1.73GHz ฮาร์ดดิสก์ขนาด 80GB หน่วยความจำแรม 1GB และระบบปฏิบัติการ Windows Vista สนนราคา 189,000 เยน ที่มาของข่าว : กองบรรณาธิการเว็บไซต์ ARiP.co.th
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
